วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2559

Opening Party เปิดตัวหนังสือ 'Eyes on Narita & Tokyo Unscripted'

Opening Party เปิดตัวหนังสือ 'Eyes on Narita & Tokyo Unscripted'

ก็จบกันไปแล้วสำหรับงาน "Opening Party เปิดตัวหนังสือ Tokyo Unscripted จาก กันต์-ไมเคิล และ Eyes on Narita จาก อาย-เป็ม" ซึ่งงานนี้จัดขึ้นที่ร้าน Kinokiya Siam Paragon ในวันที่ 28 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา ภายในงานมีการพบปะพูดคุยสำหรับแฟนคลับของนักเขียน และเปิดขายหนังสือเพียง 200 เล่มเท่านั้น รวมทั้งแจกลายเช็นให้กับคนที่มารอต่อคิวซื้อหนังสือ 50 คนแรกอีกด้วย งานนี้ใครไม่ได้ไป ไม่ต้องเสียใจ เพราะเราเก็บภาพบรรยากาศในงานมาให้แล้ว ส่วนใครอยากรู้ว่าภายในงานมีการพูดคุยอะไรกันบ้าง ลองไปอ่านกันเลยครับ


ก่อนที่จะไปอ่านบทสัมภาษณ์ภายในงาน ก่อนอื่น เราอยากให้ทุกๆ คนรู้จักสำนักพิมพ์ happening สำนักพิมพ์ของหนังสือทั้งสองเล่มนี้กันก่อน ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้ว happening เริ่มต้นจากการเป็น Free magazine ที่มีเนื้อหาภายในเกี่ยวกับเรื่องบันเทิง ศิลปะ และไลฟ์สไตล์ หลังจากแจกฟรีไปได้สักพักหนึ่งก็เริ่มทำขาย จนถึงปัจจุบันที่มีการปรับรูปเล่มเป็นแบบ Theme ในส่วนของหนังสือทั้ง 2 เล่มนั้น แรกเริ่มเป็นโปรเจค Eyes on Japan โปรเจคหนังสือที่ทำงานร่วมกับช่างภาพ 7 คน ต่อมาเลยได้กลายเป็นหนังสือ Eyes on Narita และ Tokyo Unscripted โดยจุดเริ่มต้นของหนังสือทั้งสองเล่มนี้ เกิดจากการที่ได้รับเชิญให้ไปเที่ยวที่เมือง นาริตะ ประเทศ ญี่ปุ่น แล้วได้ถ่ายรูปกันมาเยอะมาก เลยตัดสินใจเอามาขยายเป็น Pocketbook แนวการเดินทาง และการท่องเที่ยวซะเลย ซึ่งต่อไปเราจะไปอ่านกันว่า บทสัมภาษณ์ภายในงานมีอะไรบ้าง ถ้าพร้อมแล้ว ไปอ่านกันเลยครับ


Q : ผลงานตอนนี้ทำอะไรกันอยู่บ้างครับ

อาย : ผลงานตอนนี้ก็มีหนังสือเล่มนี้ค่ะ Eyes on Narita แล้วก็มีละครค่ะ

เป็ม : คือจริงๆ ผมเป็นนักออกแบบ แล้วก็ทำงานออกแบบครับ

กันต์ : ก็มีหนังสือเล่มนี้แหละครับ Tokyo Unscripted, จัด DJ อยู่ที่ Cat Radio แล้วก็รายการ Hang Over Thailand ทางช่อง GMM25 ครับ

ไมเคิล : ส่วนงานของผมทำกับ กันต์ ครับ


Q : โปรเจคส์นี้เริ่มต้นมายังไงครับ ?

กันต์ : มันเริ่มต้นที่ผมอยากไปเที่ยว แล้วเพื่อนผมไม่มีใครว่าง เลยต้องจำใจพาไมเคิลไปด้วย ซึ่งตอนแรกไมเคิลก็ไม่ยอมไปครับ

ไมเคิล : คือตอนนั้นที่ผมไม่อยากไป เพราะเมื่อต้นปีก็พึ่งไปญี่ปุ่นมาเอง แต่จริงๆ ก็อยากจะกลับไปอีกแหละ แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้ จนโดนมันชวนทำหนังสือนี่แหละครับ

กันต์ : ผมก็เลยพูดไปน่ะครับ ว่างั้นเราไปเที่ยวกัน แล้วเขียนหนังสือกลับมาด้วย แล้วคือผมไม่เคยรู้เลยนะ ว่าหนังสือเขียนยังไง ต้องทำยังไง (หัวเราะ)

ไมเคิล : ผมฝันว่าอยากจะทำหนังสือท่องเที่ยวอยู่แล้ว แต่ว่าไม่มีโอกาสแล้วก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหน พอทุกอย่างมันดูลงตัว ทำก็ทำครับ


Q : อยากให้ช่วยบอกขั้นตอนการทำงานหน่อย

กันต์ : คือจริงๆ แล้วหนังสือเราไม่มีขั้นตอนการทำงานเลยนะ เหมือนชื่อหนังสือของเรา เราไม่ได้แพลนอะไรกันไว้เลย การไปเที่ยวครั้งนี้ เอาจริงๆ เราไปกันแบบมั่วมาก ภาษาอังกฤษก็พูดไม่ได้ ญี่ปุ่นก็ไม่ได้

ไมเคิล : ใช่ครับ ซึ่งการทำงานนี้ก็ไม่ยากนะ คือ กันต์ ไม่ทำ ผมก็ต้องทำ (หัวเราะ)

กันต์ : คือเอาง่ายๆ เลยนะ ผมไม่รู้ยังไง ไมเคิลก็ไม่รู้แบบนั้นแหละ คือทุกๆ เช้าที่มันตื่นมา มันจะต้องถามว่า “วันนี้ไปไหน” แต่การไปเที่ยวแบบที่ไม่รู้อะไรเลย ทำให้เรารู้สึกสนุกมาก

Q : แล้วทางน้องอายกับพี่เปรมล่ะ มีขั้นตอนในการทำงานยังไงบ้าง

อาย : สำหรับหนังสือของอายนะคะ คือ เราโดนชวนให้มาทำงานกับพี่เป็ม เพราะเราเคยทำงานร่วมกันกับ happening มาก่อนหน้านี้แล้ว ใน Eyes on Japan แล้วต่อมา happening มีโปรเจคส์เอา 5 ช่างภาพ ไป 5 เมืองที่ญี่ปุ่น แล้วพี่เป็มเป็นคนที่ถ่ายผู้หญิงแล้วดูสวย ดูดี ก็เลยมีนางแบบ 1 คน ก็คือหนู

เป็ม : คือเราไปที่เมืองนาริตะกัน แล้วเราก็คุยกันว่าอยากถ่ายน้องอายให้ดูธรรมชาติที่สุด ดูเป็นตัวของตัวเอง

อาย : ใช่ค่ะ แล้วคือเมืองนาริตะ เราเชื่อว่าหลายๆ คนก็รู้จักเหมือนกัน อย่างชื่อสนามบิน สมมุติว่าคุณจะเข้าโตเกียวก็ต้องไปลงนาริตะ แต่ว่าไม่เคยมีใครตั้งทริปแล้วไปเที่ยวที่เมืองนาริตะเลย แล้วเหมือนทางเมืองเค้าก็อยากจะโปรโมทเมืองด้วย เราเลยไปเที่ยวกัน เหมือนชื่อภาษาไทยว่า ใกล้ตานาริตะ คือ เหมือนฟิลประมาณว่า บางสิ่งบางอย่างที่อยู่ใกล้ตาหรือว่าใกล้ตัว แต่ว่าเรามองข้ามไป


Q : ความยากง่ายในการไปอยู่หลายๆ วัน หรือ ความประทับใจในการไปรอบนี้

กันต์ : คือจริงๆ ก็ไม่มีอะไร ถ้าวันไหนเราคิดต่าง เราก็จะแยกกันเดิน

ไมเคิล : ครับก็อย่างที่กันต์บอกครับ ซึ่งส่วนใหญ่เรื่องที่คิดต่างก็จะเป็นเรื่องของที่ๆ อยากไป

กันต์ : ซึ่งวันที่แยกกันก็เช่น วันที่ผมอยากไปดูเครื่องดนตรีมากๆ ทั้งวัน

ไมเคิล : คือจริงๆ ผมก็ชอบดนตรี แต่ไม่อินขนาดว่าไปเดินทั้งวัน วันนั้นเราเลยแยกกันเดิน เพราะผมก็ไปเดินดูของเล่นเหมือนกัน

Q : ได้ข่าวว่ามีการแบ่งกล้องกันถ่ายด้วยใช่ไหมครับ

กันต์ : คือจริงๆ ตอนแรกเรากะว่าไปรอบนี้เราจะถ่ายด้วยฟิลม์ล้วนเลย 60 ม้วน เตรียมไปเรียบร้อย แต่คิดไปคิดมา ผมว่ามันเพ้อเจ้ออ่ะครับ (หัวเราะ)

ไมเคิล : เพราะว่าในความเป็นจริง เราไม่สามารถแบกกล้อง 2 ตัวแล้วเดินทั้งวันได้ เพราะมันจะหนักมาก เลยแบ่งกันว่า ผมจะถ่ายกล้องดิจิทัล แล้ว กันต์ถ่ายกล้องฟิลม์

Q : แล้วชอบภาพแบบไหนมากกว่ากันครับ

ไมเคิล : คือมันจะไม่เหมือนกันอ่ะครับ กล้องฟิลม์มันก็มีมูดของมัน แต่เราไม่สามารถถ่ายได้ตลอดเวลา

กันต์ : คือถ้าเราใช้กล้องฟิลม์ถ่ายรูปตลอด เราก็จะรู้สึกว่ามันไม่เซฟ เพราะเราไม่รู้เลยว่าม้วนนั้นจะเกิดอะไรขึ้น จะเสียตอนล้างไหม หรือจะเสียเพราะมือพวกเราไหม


Q : แล้วของพี่เป็มล่ะครับ การถ่ายรูปเป็นยังไงบ้าง

เป็ม : คือจริงๆ พกกล้องฟิลม์ไปด้วย แต่ถ่ายดิจิทัลครับ เพราะว่ามันเสี่ยงเกินไป

อาย : อย่างเราก็เคยมีประสบการณ์ถ่ายมา 2 ม้วน แล้วเสียหมดเลย มันก็เลยแบบ เป็นบทเรียนเลยค่ะ (หัวเราะ)

Q : มีอะไรสนุกบ้างไหมครับที่นาริตะ อยากจะให้เล่าให้ฟังนิดนึง

เป็ม : เป็นเมืองเล็กๆ ที่น่ารักนะครับ แล้วก็มีวัด 100 ปี วันเก่าๆ ที่สวยงามเยอะมาก

อาย : ที่เราชอบจะเป็นสวนเอาไว้ดูเครื่องบิน ซึ่งสวนนั้นปกติจะมีดอกซากุระเยอะมาก แต่ตอนที่เราไปไม่มี เขาเลยบอกให้จินตนาการเอาค่ะ (หัวเราะ)


Q : แล้วทาง กันต์ กับ ไมเคิล มีสถานที่ไหนไหมครับ ที่ชอบเป็นพิเศษจากการไปเที่ยวในทริปนี้

ไมเคิล : ชอบ Tokyo Tower ครับ เพราะว่ามันสวย แล้วก็สามารถวางแผนไปเที่ยวได้

กันต์ : ชอบสุดก็ โยโกฮาม่า ครับ ถึงจะออกนอกไปหน่อย แต่ก็สวยมากนะ

Q : อยากให้เล่าถึงสิ่งที่ประทับใจจากการไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้ ขอคนละเรื่องนะครับ

ไมเคิล : ก็ที่ญี่ปุ่นจะมีสไตล์ที่แตกต่างจากเมืองไทย แล้วมันจะมีสเนห์ของมันน่ะครับ ผมเลยชอบ

กันต์ : ของผมก็ชอบ Tokyo ครับ คือเรารู้สึกว่าเป็นเมืองที่ใหญ่มาก มีประชากรเยอะมาก แต่ว่าความเป็นระเบียบและการจัดระเบียบของเค้าคือสุดยอดมาก

เป็ม : สำหรับผม ผมประทับใจทีมงามมากนะ คือ เป็นคนประสานงานที่น่ารักมาก

อาย : ใช่ค่ะ คือเค้าน่ารักมากจริงๆ เค้าเป็นคนญี่ปุ่นนะคะ แต่ที่พูดภาษาไทยได้ เพราะเค้าฝึกมา 30 ปีแล้ว คือจะมีครั้งหนึ่งที่ หนูต้องยกกระเป๋า แล้วเค้าก็มาช่วยค่ะ เค้าบอกว่า “หนูเป็นดารานะ จะถือของหนักไม่ได้ ต้องรักษาภาพพจน์สิ” แล้วอีกอย่างที่น่ารักมากของคนญี่ปุ่นคือ เค้าตรงเวลามากค่ะ นอกจากคน รถไฟยังตรงเวลาด้วย

Q : คิดว่าการเดินทางให้อะไรกับเราบ้าง

ไมเคิล : การเดินทางสำหรับผม คือการออกไปที่ๆ เราไม่คุ้นเคย และได้ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ

กันต์ : มันเหมือนการเรียน เพราะเราออกไปเห็น ไปซึมซับ แล้วพอกลับมา เราก็ได้อะไรกลับมาด้วย

เป็ม : การเดินทางของผมคือการเรียนรู้ครับ

อาย : การเดินทางมันคือการชาร์ตแบตค่ะ เหมือนเราทำงานอยู่แบบนี้ แล้วพอได้ออกไปเที่ยวแล้ว เหมือนเราได้ชารต์แบคอ่ะค่ะ เพื่อจะได้กลับมาทำงานหาเงินไปชาร์ตแบตใหม่ (หัวเราะ)


Q : อยากให้ฝากผลงานหนังสือเล่มนี้ครับ

กันต์ & ไมเคิล : ก็ฝากผลงานหนังสือ Tokyo Unscripted ด้วยนะครับ เป็นหนังสือเล่มแรกที่พวกเราตั้งใจทำกันอย่างเต็มที่ ถึงจะไปเที่ยวแบบไม่เตรียมตัว แต่เราตั้งใจทำหนังสือเล่มนี้มากครับ อยากให้ลองดู ลองอ่านกันครับ

อาย & เป็ม : คือหนังสือเล่มนี้เราตั้งใจมาก ขอฝากด้วย อยากให้ได้อ่านกัน


และนั่นก็คือบทสัมภาษณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่เราเอามาให้ได้อ่านกัน สำหรับใครที่สนใจซื้อหนังสือ Tokyo Unscripted และ Eyes on Narita ก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป ซึ่งน่าจะเข้าร้านในเร็วๆ นี้





วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2559

ละคอนเวทีเรื่อง "1868"

เปิดแสดงวันที่ 25-27 มีนาคม 2559 เวลา 19:00 น. (เสาร์-อาทิตย์เพิ่มรอบ 14:00 น.) ณ หอประชุมศรีบูรพา (หอประชุมเล็ก) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

 ละคอนเวทีเรื่อง "1868"

ญี่ปุ่นยุคที่องค์โชกุนปกครองกรุงเอโดะ ยังคงนโยบายการปิดประเทศอย่างเข้มข้น ในขณะที่ทั่วทุกมุมโลกได้รับอิทธิพลจากแสนยานุภาพของชาติตะวันตก



แต่เมื่อพลเรือโท วินสตัน ทรูแมน ผู้บัญชาการกองเรือแห่งสหรัฐอเมริกา ที่เข้ามาเพื่อจุดประสงค์ต้องการให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศ การต่อสู้ระหว่างโลกตะวันตกกับโลกตะวันออกจึงเริ่มอุบัติขึ้น



เรื่องราวของละครที่ถูกถ่ายทอดผ่านบทเพลง และฉากสุดอลังการ การแต่งกายที่งดงาม นับเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของละครเวทีเรื่องนี้

เนื้อเรื่องถูกแบ่งออกเป็น 2 องก์ใหญ่ๆ โดยที่องก์แรกนั้นจะเป็นการเล่าเรื่องถึงประเทศญี่ปุ่นในยุคก่อนการเปลี่ยนแปลง และการเข้ามาของ วินสตัน ทรูแมน เป็นตัวจุดฉนวนความขัดแย้งของเรื่องนี้ และจบลงด้วยองก์สุดท้าย ที่ทำให้ความขัดแย้งต่างๆ จนถึงบทสรุป


เป็นละครเวทีที่แอบแฝงไปด้วยนัยต่างๆ ที่เกี่ยวกับแนวคิดของความเป็นรัฐชาติแบบตะวันออกของญี่ปุ่น ที่มีระบบระเบียบของชนชั้นต่างๆ และการเข้ามาของแนวคิดเสรีแบบตะวันตก ที่ถูกยังคงทันสมัยกับสถานการณ์ปัจจุบันต่างๆ ที่ประเด็นต่างๆ ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในบริบทต่างๆ


โดยภาพรวมแล้วเป็นละครที่ดูได้สนุกอย่างมีแง่คิด และบทเพลงที่สุดอลังการทำให้ละครเรื่องนี้เป็นที่ตราตรึงใจเป็นอย่างมาก และนี่คือละครเวทีเรื่อง "1868"

วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2559

แนะนำหนังน่าดูประจำสัปดาห์ที่ 5 : มีนาคม 59

กลับมาอีกครั้ง กับการแนะนำหนังประจำสัปดาห์ ซึ่งในครั้งนี้ก็เป็นอาทิตย์สุดท้ายของเดือนมีนาคมกันแล้ว จะมีเรื่องอะไรน่าดูบ้าง ไปอ่านพร้อมๆ กันเลยครับ

 แนะนำหนังน่าดูประจำสัปดาห์ที่ 5 : มีนาคม 59

เรื่อง : 11-12-13 รักกันจะตาย

วันที่เข้าฉาย : 31 มีนาคม 2559

เรื่องย่อ : 1 อุบัติเหตุ 3 เหตุการณ์ 3 เรื่องสยอง 3 วัน ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความรักกันจนวันตาย
11: "ต้า" หนุ่มเพลย์บอยถูกแฟนสาว "ส้ม" เซ้าซี้เวิ่นเว้อ ขู่ฆ่าตัวตาย ต้าทนไม่ไหวจนต้องตัดความสัมพันธ์และท้าให้ส้มฆ่าตัวตายจริงๆ ซะที และต้าก็ได้เห็นส้มตายสมใจ หลายครั้งหลายหน หลายรูปแบบ
12: "มด" "เด่น" "เก๋" และ "อ๊อด" แก๊งค์เพื่อนรักมหาลัยที่กินอยู่หลับนอนและเรียนที่เดียวกัน มดประสบอุบัติเหตุบนทางด่วนและกลับมาในรูปแบบครึ่งคนครึ่งผี เพราะเพื่อนๆ ไม่แน่ใจว่าเพื่อนรักอย่างมดตายแล้วจริงๆ ความหลอนปนฮาจึงเกิดขึ้น พร้อมๆ กับการหาวิธีสารพัดให้เพื่อนรักไปสู่ที่ชอบๆ ให้ได้
13: "แคท" ผู้ซึ่งกลัวผีและเกลียดน้ำเป็นชีวิตจิตใจ ถูก "เจน" ที่ชอบน้ำและบ้าผู้ชายหลอกไปเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์ที่เชียงใหม่ ทั้ง 2 เจอเหตุการณ์ประหลาด ทั้งน้ำ ทั้งผู้ชาย และผี แต่เจนสาวร่างยักษ์ก็ปกป้องดูแลเพื่อนสาวอย่างดี สุดท้ายโทรศัพท์จากพี่บอยแฟนแคท ทำให้รู้ว่าถูกเพื่อนหลอกจริงๆ แล้วเป็นอย่างไร

Comment : เป็นหนังผีเรื่องใหม่จาก M39 ซึ่งมีหลากหลายแนว ทั้งสยองขวัญ ตลก และ ซึ้ง น้ำตาไหล คอหนังผีแนวใหม่ไม่ควรพลาด


เรื่อง : 10 Cloverfield Lane

วันที่เข้าฉาย : 31 มีนาคม 2559

เรื่องย่อ : เป็นหนังภาคต่อจาก Cloverfield เนื้อเรื่องในภาคนี้จะเล่าถึง หญิงสาวที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ห้องใต้ดินร่วมกับชายแปลกหน้าอีก 2 คน หลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์

Comment : เป็นหนังภาคต่อแนวสัตว์ประหลาดบุกโลกเรื่องนึงที่น่าดูมากๆ


เรื่อง : My Big Fat Greek Wedding 2

วันที่เข้าฉาย : 31 มีนาคม 2559

เรื่องย่อ : กลับมาอีกครั้งกับภาพยนตร์ภาคต่อของภาพยนตร์โรแมนติก-คอเมดี้ ที่ทำรายได้มากที่สุดตลอดกาลอย่าง My Big Fat Greek Wedding 2 ครั้งนี้เรื่องราวจะเพิ่มเติมดีกรีความป่วนสนุกสนานกับงานเลี้ยงแต่งงานอันครื้นเครงที่ไม่เคยพบเจอจากภาพยนตร์เรื่องไหนมาก่อน หลังจากใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับลูกสาววัยรุ่นที่มีปัญหา ทัวล่า และเอียน กำลังเผชิญปัญหากับชีวิตสมรส ในขณะเดียวกันกับการเข้าไปเกี่ยวข้องกับงานแต่งงานชาวกรีกครอบครัวอื่น เหตุการณ์ในครั้งนี้จึงยิ่งใหญ่กว่า ป่วนกว่า สนุกกว่า หลายเท่าตัวอย่างแน่นอน

Comment : เป็นหนังรักโรแมนติก-คอเมดี้ ภาคต่อที่น่าสนใจมากๆ เรื่องนึงเลย

วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2559

อวดสุดฤทธิ์ กุ๊บกิ๊บ อวดภาพอัลตร้าซาวด์ลูกน้อย

อวดสุดฤทธิ์ "กุ๊บกิ๊บ" อวดภาพอัลตร้าซาวด์ลูกน้อย

เป็นเรื่องราวที่หน้าตื่นเต้นและดีใจ สำหรับคุณแม่ไซส์มินิ "กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย" ที่ล่าสุดได้โพสต์โชว์ภาพอัลตร้าซาวด์ลูกน้อยอายุครรภ์ 6 เดือน ลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว ให้แฟนๆได้ดูกัน ทั้งนี้ ยังซูมให้เห็นกันไปเลยชัดๆ งานนี้บอกได้เลยว่าจมูกนั้นได้ คุณพ่อบี้ หรือ "บี้ ธรรศภาคย์ ชี" มาเต็มๆ แถมยังฉายแววความน่ารัก แก้มงี้ยุ้ยเหมือนคุณแม่ไม่มีผิดเพี้ยนเลยจ้า ท่าทางจะแข็งแรงเอามากๆ

ยังไงพวกเราทีมข่าว BOOMCHANNEL ก็ขอแสดงความยินดีไว้ล่วงหน้ากับคุณแม่มือและคุณพ่อมือใหม่ ขอให้ลูกออกมามีสุขภาพดี ผิวพรรณดี ร่างกายแข็งแรงนะจ๊ะ



ขอบคุณภาพจาก Instagram gggubgib36 / khunkununya

วันเสาร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2559

"กัน นภัทร" เตรียมบวช ปัดรีเทิร์น "ฐิสา" แค่คุยกันฐานะเพื่อน

กัน นภัทร เตรียมบวช ปัดรีเทิร์น ฐิสา แค่คุยกันฐานะเพื่อน


"กัน นภัทร" ปลื้ม ได้ทำหน้าที่ลูกผู้ชายหลังจากที่ตั้งใจทำงาน เผยเตรียมงานบวชกันยานี้ แง้มกลับมาคุย "ฐิสา" ในฐานะเพื่อน ปัดรีเทิร์น แฮปปี้กันดี

หัวใจเริ่มกลับมาชุ่มฉ่ำขึ้นอีกครั้ง สำหรับนักร้องหนุ่ม "กัน นภัทร" ที่เคยออกมายอมรับว่ากลับมาคุยกับสาว "ฐิสา วริฏฐิสา" อดีตหวานใจแล้ว แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การรีเทิร์น โดยล่าสุด (24 มีนาคม 2559) เจ้าตัวก็ได้เผยว่า ตนและฐิสายังคงคุยกันในฐานะเพื่อนเหมือนเดิม ก่อนหน้านี้มีช่วงหนึ่งที่เราไม่ได้คุยกันเลย มีเรื่องไม่เข้าใจกันบ้าง พอกลับมาครั้งนี้ต่างคนต่างโตขึ้้น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น อีกทั้งมีหลายคนเชียร์ให้กลับมาคบกัน ก็ขอบคุณมาก แต่ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตดีกว่า เพราะตอนนี้ก็มีความสุขดี


นอกจากนี้หนุ่ม กัน นภัทร ยังได้แจงถึงแพลนงานบวชอีกด้วยว่า ตอนแรกแพลนไว้ว่าจะบวชในช่วงกลางปีก่อนเข้าพรรษา แต่บังเอิญชนกับงานละครเวทีเลยต้องเลื่อนออกไปเป็นช่วงปลายปีแทน ซึ่งคาดว่าน่าจะบวชประมาณช่วงเดือนกันยายนปีนี้้ ส่วนฤกษ์ที่แน่นอนคงต้องรอดูอีกที คืบหน้าอย่างไรจะมาแจ้งให้ทราบกันแน่นอน


ขอบคุณภาพจาก Instagram gunnapat23

วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2559

แนะนำหนังน่าดูประจำสัปดาห์ที่ 4 มีนาคม 59

อาทิตย์ที่ 4 ของเดือนนี้ มีหนังเข้าใหม่เพียงแค่ 2 เรื่องเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่เราเชื่อว่าหลายๆ คนตั้งตารอคอยที่จะได้ดู จะมีเรื่องอะไรบ้าง ไปอ่านกันเลยครับ

แนะนำหนังน่าดูประจำสัปดาห์ที่ 4  มีนาคม 59

เรื่อง : Batman v Superman: Dawn of Justice

วันที่เข้าฉาย : 24 มีนาคม 2557 (ฉายก่อนอเมริกา 1 วัน)

เรื่องย่อ : เรื่องราวเริ่มต้นด้วยความกลัวว่าการกระทำของซูเปอร์ฮีโร่ที่เป็นเสมือนพระเจ้าอย่าง ซูเปอร์แมน จะไม่ได้รับการตรวจสอบ วีรบุรุษไร้เทียมทานแห่งเมืองก็อทแธมอย่าง แบทแมน ได้ท้าทายผู้ปลดปล่อยและเป็นที่เคารพมากที่สุดของเมืองเมโทรโพลิส ขณะเดียวกันโลกก็ต้องทบทวนว่าฮีโร่แบบไหนที่พวกเขาต้องการ โดยระหว่างที่ แบทแมน กับ ซูเปอร์แมน ทำศึกสงครามกันอยู่นั้น มหันตภัยครั้งใหม่ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นเหตุมนุษยชาติประสบกับอันตรายที่เลวร้ายกว่าที่เคยเจอ

Comment : เป็นหนัง Superhero จาก DC ที่หลายๆ คนต่างรอคอยที่จะได้ดู การโคจรมาพบกันระหว่าง Batman Superehero ในชุดค้างคาวที่เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักเขา และ Superman Superhero ผู้ซึ่งมีพลังอันมหาศาล เมื่อพวกเขา 2 คนต้องมาสู้กัน บอกเลยว่า น่าดูมากๆ แถมเรื่องนี้ยังใช้กล้อง IMAX ถ่ายอีก เพราะงั้น ถ้าใครที่รอคอยที่จะดู หรือ แฟนหนังของ DC ควรจะไปดูในโรง IMAX เพื่อคุณภาพภาพที่สวยงามที่สุด



เรื่อง : Risen - กำเนิดใหม่แห่งศรัทธา

วันที่เข้าฉาย : 24 มีนาคม 2559

เรื่องย่อ : มหากาพย์การฟื้นคืนชีพของพระเยซูตามตำนานไบเบิ้ลจะถูกนำมาเล่าใหม่อีกครั้งผ่านสายตาของผู้ที่ไม่เชื่อในศาสนา Risen ว่าด้วยเรื่องราวของ คลาเวียส นายร้อยโรมันผู้นำพระเยซูไปตรึงกางเขน และลูเซียส นายทหารผู้ช่วยที่ต้องร่วมมือกันแก้ไขปริศนาการหายตัวไปของพระเยซูหลังจากถูกตรึงไม้กางเขนจนเสียชีวิต ปริศนานี้ต้องถูกพิสูจน์เพื่อสยบข่าวลือของการกำเนิดผู้มาโปรดโลกและป้องกันการลุกฮือในนครเยรูซาเล็มให้จงได้

Comment : หนังแนวประวัติศาสตร์ที่พูดถึงเรื่องของศาสนา และความเชื่อ คอหนังแนวนี้ ห้ามพลาด!

วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2559

พลูโตที่รัก


พลูโตที่รัก

พลูโตที่รัก ประพันธ์โดย อรุณโรจน์ ถมมา 
จัดทำโดย กลุ่มนักศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 
สาขาวิชาการละคอน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


พลูโตที่รัก ละครสั้นๆ ที่เศร้าและอิ่มไปในเวลาเดียวกัน โดยส่วนตัวคือชอบมาก T.T เป็นละครโมเม้นหนึ่งก่อนการลาจาก ที่ไม่ต้องเศร้าจนน้ำตาไหล แต่รู้ว่าเป็นการจากลาที่อบอุ่น เหมือนดาวพลูโตที่ถูกตัดออกจากระบบสุริยะ โดยที่ไม่รู้ว่ามันจะเห็นเราไหม หรือ มันจะได้กลับมาไหม หรือมันจะเหงาไหม ... แต่เราต่างก็ยังรู้ว่าดาวพลูโตมันก็อยู่อย่านั้นตั้งแต่ก่อนจะมีคนไปค้นพบ และมันจะอยู่อย่างนั้นแม้ว่ามันจะถูกตัดออกจากระบบไปแล้วก็ตาม


เป็นการเดินเรื่องและจบเรื่องในฉากเดียว แต่ตัวละครค่อยๆปูเรื่อง เล่าอย่างง่าย เข้าใจง่าย ถือว่าเป็นละครเรื่องเล็กๆที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว




วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2559

เพชรจร้าชึ้แจงแล้วคร้าาาาาาาาาา


 เพชรจร้าชึ้แจงแล้วคร้าาาาาาาาาา


เอาแล้ว เอาแล้ว ได้คำตอบที่ชัดเจนเป็นที่เรียบร้อยสำหรับกระแสข่าวลือ เรื่องความรัก ของหนุ่มเพชรจร้า กับ สาวนิวเคลียร์เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาหนุ่มเพรชจร้าได้ออกมาชี้แจง ถึงกระแสข่าวลือดังว่าเป็ความจริง โยที่บอกว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิด ที่นอกใจสาวนิวเคลียร์ และยังออกโลงปกป้องสาวนิวเคลียร์จากกระแสบอกโลกโซเชียลอีกด้วย เราขอเป็นกำลังใจให้ทั้งคู่ด้วยนะครับ




วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2559

ย่องเมียไม่อยู่ เก็บของออกจากบ้าน ...

ย่องเมียไม่อยู่ เก็บของออกจากบ้าน ...



เอาแล้ว เอาแล้ว แหล่งข่าวใกล้ชิดเผยพระเอกและนักร้องคนดังย่องแอบเก็บข้าวของออกจากบ้านเกลี้ยง ตอนภรรยาและลูกไม่อยู่

หลังมีปัญหาดราม่ายืดเยื้อกับภรรยามาได้สักพัก ล่าสุด วันนี้ (19 มีนาคม 2559) มีรายงานข่าวจากแหล่งใกล้ชิดของฝ่ายหญิงได้ออกมาเปิดเผยว่า พระเอกและนักร้องชื่อดัง ได้กลับเข้าบ้านตอนที่ภรรยาและลูกๆ ไม่อยู่ เพื่อเก็บข้าวของของตัวเองออกจากบ้านจนเกลี้ยง

งานนี้จริงหรือไม่ ใช่หรือมั่ว แล้วบทสรุปละครเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร ต้องติดตามกันต่อไป นะคะ

วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2559

นั่งสมาธิตอนเช้าหน้าเสาธงดีจริงหรือ ?

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้เห็นกระทู้หนึ่งในเว็บการศึกษาเป็นเรื่องที่น่าตกใจ หัวข้อเขากล่าวประมาณว่า “ความอันตรายของการนั่งสมาธิ” ตอนแรกที่เห็นชื่อนี้ยอมรับเลยว่า ตกใจมาก และคิดไปไกลถึงขั้นที่จะทำให้เด็กขาดสติ ไปจนถึงเป็นบ้า (อันนี้ก็เกินไป)

นั่งสมาธิตอนเช้าหน้าเสาธงดีจริงหรือ ?

แต่เมื่อพอได้ลองอ่านดูแล้วผมก็พบว่า ความอันตรายในที่นี้ ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมคิดได้ในขณะนั้น หากแต่เป็นความอันตรายทางด้านทัศนคติ ซึ่งสำหรับผมแล้ว มันอันตรายกว่าความไม่รู้เสียอีก สนใจอ่านต่อที่นี่

จริงๆ แล้วการนั่งสมาธินั้นเป็นสิ่งที่ดีมาก เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่างๆมากมาย เช่นการฝึกสติ การมีสมาธิในการเรียน ได้ฝึกการมีเหตุมีผล แต่แน่นอนว่าถ้านั้นเป็นไปด้วยความสมัครใจ และความตั้งใจปฏิบัติ

แต่เราก็รู้ว่า ในทางปฏิบัติจริงๆของโรงเรียนหลายแห่งนั้นจัดโครงการนั่งสมาธิ หรือโรงเรียนวิถีพุทธ เป็นไปเพื่อการสร้างภาพเท่านั้น เพราะมันทำให้ภาพลักษณ์ของคนในโรงเรียนดูเป็น “คนดี” ในสายตาของผู้คนทั่วไป กิจกรรมสุดเบสิกที่มักให้เด็กๆทำคือการ นั่งสมาธิกลางสนาม หน้าเสาธง บางโรงเรียนดีหน่อยเปิดเพลง หรือเปิดธรรมะให้ฟังไปด้วย บางโรงเรียนก็มีชั่วโมงเรียนให้เด็กนั่งสมาธิสวดมนต์ก่อนเริ่มเรียนวิชาต่างๆ บางโรงเรียนมีคะแนนให้เด็กที่นั่งได้ดี(ซึ่งจริงๆแล้วมันล้มเหลวเหมือนบัตรคุณธรรม หรือสมุดจิตอาสา) ซ้ำหนักกว่าเก่าด้วยแนวคิดที่ว่าการนั่งสมาธิคือวิธีการแก้ปัญหาเด็กที่ครอบจักรวาลที่สุดตั้งแต่ เด็กขาดสมาธิ เด็กไม่มีสติ เด็กประมาท เด็กซน เด็กติดเกม เด็กไม่ทำการบ้าน เด็กชอบความรุนแรง เด็กสอบตก ซึ่งจริงๆแล้วการนั่งสมาธิเพียงอย่างเดียวไม่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้นเลย แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ได้หมายความว่าการนั่งสมาธิเป็นสิ่งที่ไม่ดี

การนั่งสมาธินั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่เมื่อมันเกิดขึ้นในโรงเรียนที่ต้องการเห็นภาพของเด็กที่นั่งสมาธิพร้อมเพรียงเป็นภาพที่สวยงาม ภายในจิตใจของเด็กก็ควรจะผ่องใสไปด้วย ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ครูยังขาดคือ กระบวนการสร้างการเรียนรู้ หรือการพัฒนาทัศนคติของนักเรียน เพราะถ้าหากไม่สามารถพัฒนาได้แล้วก็ไม่ต่างอะไรกับการนั่งไปเรื่อยๆเสียเวลาเรียนไปเรื่อยๆฟุ้งไปเรื่อย แถมซ้ำร้าย ครูบางท่านคิดว่าการเอาคะแนนมาหลอกล่อจะทำให้นักเรียนเลือกที่จะฝึกปฏิบัติได้ดี ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว นักเรียนส่วนใหญ่จะกลายเป็นการฝึกการทำดีหวังผล และจะไม่แปลกใจเลยที่เด็กยุคใหม่มักจะทำดีเฉพาะเวลาที่ครูในโรงเรียนบังคับให้ทำบัตรคุณธรรม หรือทำสมุดจิตอาสา แต่หลังจากที่ส่งใบและเกรดวิชานั้นออก ทุกอย่างก็จบลงไปด้วย อาจเหลือนักเรียนไม่กี่คนที่ยังยินดีที่จะทำอยู่อย่างสม่ำเสมอต่อไป แต่นั้นแสดงให้เห็นว่าเด็กส่วนใหญ่กลายเป็นพวกทำดีหวังผลไปแล้ว หรืออีกนัยหนึ่งอาจกล่าวได้ว่า นักเรียนส่วนใหญ่ที่ผ่านกิจกรรมเหล่านี้ ไม่ได้เกิดการเรียนรู้จากกิจกรรมดังกล่าวเลย

แล้วเราจะสร้างกระบวนการเรียนรู้นั้นได้อย่างไร ในขั้นเบสิกที่สุด เราคงต้องกลับมาตั้งคำถามถึงตัวเราเองว่า เราจะจัดกิจกรรมนี้ไปทำไม ไปเพื่ออะไร ถ้าเราต้องการให้นักเรียนมีสติ มีสมาธิ และมีเหตุมีผล กิจกรรมที่ควรจะจัดก็ต้องตอบโจทย์ดังกล่าวนี้ ในเรื่องของการมีสติ การนั่งสมาธิ การสวดมนต์ เป็นกิจกรรมแต่ไม่ใช่กระบวนการทั้งหมด ควรเริ่มจากการวางแผนก่อน ว่าสิ่งที่เราจะทำนั้นจะทำอะไรบ้าง และจะสร้างการยอมรับจากนักเรียนได้อย่างไร ในกรณีนี้ เราอาจจะใช้วิธีการต่างๆ เช่น การฝึกสติก็มีวิธีการมากมายซึ่งสามารถใช้ร่วมกับการสอนได้ทุกวิชา อาจจะอยู่ในรูปแบบของเกม หรือกิจกรรมอื่นใดก็สุดแท้แต่ความชำนาญของแต่ละคน ในเรื่องของการฝึกความมีเหตุผล ก็ควรมาฝึกที่การรับฟังความคิดเห็น ซึ่งแน่นอนว่าเราสามารถออกแบบวิชาเรียนให้เกิดการถกเถียงพูดคุยกันภายใต้กรอบกติกาได้ ส่วนการฝึกสมาธิ แท้จริงแล้วครูหลายคนเวลาที่เด็กไม่ฟัง หรือพูดคุยกันในชั่วโมงเรียน ครูส่วนใหญ่มักตัดสินเด็กไปแล้วว่าเด็กไม่มีสมาธิต้องจับไปนั่งสมาธิ ซึ่งก็คงไม่ช่วยอะไร แต่ถ้าเรามามองรูปแบบของผู้เรียนใหม่ ว่าพวกเขาจะมีสมาธิมากกับสิ่งที่พวกเขาสนใจ สังเกตได้จากการเล่นเกม เด็กจะตั้งใจกับการทำสิ่งที่เขาสนใจ ดังนั้นวิธีการแก้ปัญหาเด็กขาดสมาธิจึงไม่ใช่การให้เด็กไปนั่งสมาธิ แต่คือการออกแบบการสอนที่น่าสนใจ หรือทำให้เขาตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งที่สอนนั้นเอง

เมื่อเราออกแบบการสอนหรือกิจกรรมต่างๆเรียบร้อยแล้ว อาจจะบูรณาการกับวิชาต่างๆ แต่หลังจากการจัดกิจกรรมนั้นสิ้นสุดลง คือการประเมินผล ที่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากเดิมครูเป็นคนออกข้อสอบ เป็น ครูเป็นโค้ช โดยอาจใช้กระบวนการต่างๆ โดยมีหลักว่า ต้องให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน และสิ่งที่พวกเขาพูดนั้นไม่มีผิดถูก อาจเป็นการแบ่งปันประสบการณ์ทั้งดี และไม่ดี แสดงความคิดเห็น พูดคุยกัน ทั้งครูและนักเรียน และนำไปสู่การปรับปรุงกิจกรรมในปีต่อๆไป โดยในขั้นตอนนี้ ครูจะต้องทำหน้าที่ช่วยสรุปอย่างใส่ใจกับทุกความคิดเห็นของนักเรียนทุกคน ไม่ว่าความคิดนั้นจะดูแย่ขนาดไหนก็ตาม แล้วจึงโยงไปหาวัตถุประสงค์ตั้งแต่แรก เป็นอันจบกิจกรรม

 
โดยสรุปแล้ว การนั่งสมาธิหน้าเสาธงเป็นสิ่งที่ดี แต่ว่าเมื่อครูพยายามจะนำการนั่งสมาธิมาแก้ปัญหาเด็กหรือเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก โดยที่เด็กเองก็มีปัญหาอยู่ร้อยแปด ทั้งแก้ปัญหาเด็กใช้ความรุนแรง เด็กติดเกม เด็กขาดสมาธิ เด็กไม่มีสติ เด็กไม่มีเหตุและผล การนั่งสมาธิเป็นเครื่องมือที่ดี แต่การนั่งสมาธิไม่ใช่ทั้งหมดของกระบวนการแก้ปัญหา ครูต้องออกแบบการเรียนรู้เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว การนั่งสมาธิหน้าเสาธงจึงจะประสบผลและมีพลังในการเปลี่ยนแปลงเด็กในระดับของจิตใจ ซึ่งคือพื้นฐานวิธีคิดทัศนคติของเด็กที่จะโตต่อไปในอนาคตอีกด้วย

วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2559

แนะนำหนังน่าดูประจำสัปดาห์ที่ 3 : มีนาคม 59

สำหรับสัปดาห์นี้ หนังน่าดูก็เข้าฉายเยอะมากๆ เลย จะมีอะไรบ้าง ไปอ่านกันเลยครับ

แนะนำหนังน่าดูประจำสัปดาห์ที่ 3 : มีนาคม 59


เรื่อง : บางกอก 13 เมือง-ฅน-ตาย

วันที่เข้าฉาย : 17 มีนาคม 2559

เรื่องย่อ : เปียหญิงสาวผู้มีสัมผัสพิเศษในการเห็นวิญญาณ ผู้เป็นกุญแจสำคัญในการไขความลับอาถรรพ์ 13 แห่งในกรุงเทพ ได้ตัดสินใจมาร่วมงานกับรายการทีวีที่ต้องไปพิสูจน์ สิ่งที่เกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติ เพื่อค้นหาความจริงบางอย่างที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่ตอนเด็ก และการตัดสินใจครั้งนี้ทำให้เธอรู้ความลับ ความสยองของด้านมืด 13 แห่งนั้น ล้วนเกี่ยวพันกับเธอ เธอจะพบทางออกและจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดหรือไม่ พรสวรรค์ หรือความตั้งใจทำให้เธอมีความสามารถพิเศษในด้านมืด ชะตากรรมหรืออะไรกันแน่ที่กำหนดสิ่งเหล่านี้ หาคำตอบได้ใน "บางกอก 13" (เมือง-ฅน-ตาย)

Comment : เป็นหนังผีที่มีพล็อตเรื่องน่าสนใจ และน่าดูมากๆ เรื่องนึง






เรื่อง : Friend Request - ผี แอด เพื่อน

วันที่เข้าฉาย : 17 มีนาคม 2559

เรื่องย่อ : เนื้อเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของนักเรียนไฮสกูลสาว ลอร่า หญิงสาวสุดป๊อปเพื่อนเยอะ เธอเสพย์ติดโซเชียลมีเดีย และชอบแบ่งปันเรื่องของตัวเองให้เพื่อน 800 กว่าคนได้รับรู้ จนวันหนึ่งมีหญิงสาวลึกลับชื่อ ''มาริน่า'' มาขอแอดเธอเป็นเพื่อน นับจากนั้น ชีวิตของลอร่าและคนที่รายรอบตัวเธอก็ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไปกับการต้องพบเจอกับเหตุการณ์แปลกประหลาดที่เพิ่มระดับความสยดสยองเข้าใกล้ตัวเธอมากขึ้นทุกที และแม้ว่าเธอจะพยายาม Delete มาริน่าออกจากรายชื่อเพื่อน แต่ไม่เคยสำเร็จ

Comment : เป็นหนังผี Social ที่น่าสนใจมากๆ เรื่องนึง แถมยังได้รับเสียงตอบรับในต่างประเทศอย่างดีด้วย เพราะงั้น ไม่ควรพลาด





เรื่อง : Jeruzalem - เมืองปลุกปีศาจ

วันที่เข้าฉาย : 17 มีนาคม 2559

เรื่องย่อ : เรื่องราวเกี่ยวกับวัยรุ่นหนุ่มสาวสามคนเดินทางไปเที่ยวกรุงเยรูซาเลม ซึ่งพวกเธอได้บันทึกภาพการท่องเที่ยวไว้ตลอดเวลา แต่แล้วทริปสนุกก็กลายเป็นทริปนรก เมื่อมีอสูรลึกลับโผล่ใจกลางกรุงและปลดปล่อยบรรดาปีศาจออกอาละวาดเขมือบผู้คนและแพร่เชื้อให้อีกหลายคนกลายเป็นผีดิบ

Comment : เป็นหนัง Zombie ที่ถ่ายแบบวิดีโอแคมที่น่าสนใจอีกเรื่องนึง แต่ไม่แนะนำสำหรับคนที่ไม่ถนัดดูภาพแบบนี้ เพราะอาจทำให้เวียนหัวได้




เรื่อง : Jane Got A Gun - เจนปืนโหด

วันที่เข้าฉาย : 17 มีนาคม 2559

เรื่องย่อ : เจน แฮมมอนด์ พยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่กับลูกสาวของเธอและบิลล์ สามีของเธอ แต่เมื่อรู้ว่าจอห์น บิช็อป หัวหน้าแก๊งอันธพาลและพรรคพวกกำลังไล่ล่าชีวิตเธออย่างไม่ลดละ เธอจึงหันหน้าไปพึ่งแดน ฟรอสท์ อดีตคนรักของเธอเพื่อต่อกรกับแก๊งทรชนสุดอำมหิตนี้ให้ได้

Comment : เป็นหนังแอคชั่นแนวคาวบอยเรื่องแรกของปีของเลย ถือว่าน่าสนใจมากๆ





เรื่อง : Retribution - พลิกเส้นตาย

วันที่เข้าฉาย : 17 มีนาคม 2559

เรื่องย่อ : ทุกเช้าก็เหมือนเช้าวันปกติทั่วๆไป คาร์ลอส ผู้บริหารธนาคารแห่งหนึ่งขับรถไปส่งลูกๆของเขาที่โรงเรียนอย่างเคย แต่แล้วเมื่อเขาสตาร์ทรถ เขาก็พบโทรศัพท์ปริศนาที่ตกอยู่ในรถของเขา และในสายนั้นบอกว่าระเบิดถูกติดตั้งไว้ในรถเรียบร้อยแล้ว และมันจะระเบิดถ้าหากเขาลุกออกจากรถไป! มีเพียงสิ่งเดียวที่จะช่วยชีวิตคาร์ลอสได้ นั่นก็คือ เขาต้องโอนเงินจำนวนมหาศาลเข้าบัญชีของบุรุษปริศนาตามที่บอกนั่นเอง

Comment : เป็นหนังแอคชั่นอีกเรื่องที่ได้รับกระแสดีมาก คอหนังแอคชั่นไม่ควรพลาด





เรื่อง : Triple 9 - ยกขบวนปล้น

วันที่เข้าฉาย : 17 มีนาคม 2559

เรื่องย่อ : เมื่อแก๊งตำรวจที่มีประวัติไม่สะอาดถูกแบล็คเมลโดยมาเฟียรัสเซียเพื่อให้ดำเนินการปล้นที่เต็มไปด้วยความท้าทายและยากจะเป็นไปได้ พวกเขาพบว่าหนทางเดียวคือการใช้โค้ด 999 ซึ่งหมายถึง "เจ้าหน้าที่เสียชีวิต" ด้วยการจัดฉากยิงตำรวจนายหนึ่ง แต่แผนพวกเขากลับผิดพลาดเมื่อตำรวจใหม่ไฟแรงที่ไม่รู้เรื่องราวซึ่งพวกเขาวางแผนไว้ให้ตายกลับขัดขวางการโจมตีครั้งนี้

Comment : เป็นหนังแอคชั่นทริลเลอร์ที่เหมาะสำหรับสาย Hard Core ที่ไม่ควรพลาด

วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2559

"ม่อน อภิสิทธิ์" เขาเป็นใครกัน ?

"ม่อน อภิสิทธิ์" เขาเป็นใครกัน ?


สะพรึงและน้ำเดินเลยทีเดียวเมื่อเห็นเด็กหนุ่มคนนี้ เขาคือใคร เขาเป็นใคร เขาโสดหรือเปล่า เป็นคำถามที่ใครหลายๆ คนอยากรู้ และหนุ่มคนนี้กำลังทำอะไรอยู่ ติดตามเขาได้ที่ไหนเรามีคำตอบ ...


เสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าหนุ่มน้อยผู้มีรอยยิ้มที่กระชากใจ มีสายตาที่หวานและอ่อนโยน "ม่อน อภิสิทธ์" เตรียมพร้อมแล้วที่จะเสิร์ฟความฟิน ความสุข ความสนุก ความเร้าใจ ให้กับทุกๆ คน นอกจากความสามารถในด้านการแสดงแล้ว นางยังมีเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ต้องบอกว่าไม่ได้เพราะมากนะ แต่ฟังกี่ทีก็รู้สึกเขิน แอร๊ยยย .. ซึ่งเจ๊ฟังแล้วยังขนลุกขนชันเลยมากมายเลยทีเดียว อยากรู้ว่านางน่ารักอย่างไงเพิ่มเติมอีก ต้องติดตามตอนต่อไปนะ เจ๊รับประความแแซบของผู้ชายคนนี้ แล้วพบกันจ้า ..








ขอบคุณภาพประกอบจาก Instagram _monnn