วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2559
"ธีรราชา" ละครเวทีเพลงที่คนไทยต้องไปดู !
ผ่านพิธีบวงสรวงและงานแถลงข่าวไปในคราวเดียวกันเมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว (1 เมษายน 2559) ณ พระราชวังพญาไท สำหรับละครเวทีมิวสิเคิลฟอร์มยักษ์ "ธีรราชา เดอะ มิวสิเคิล" ที่ครั้งนี้ "ธนาคารออมสิน" ขอรับหน้าที่เป็นหัวเรือในการจัดการแสดง เนื่องในโอกาสที่ธนาคารออมสินมีอายุครบ 103 ปี และเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 องค์พระผู้ทรงสถาปนาธนาคาร
เริ่มต้นกันด้วยพิธีบวงสรวงด้านหน้าองค์พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 บริเวณด้านหน้าพระราชวังพญาไท โดยมี นาย ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เป็นประธานในพิธี รวมถึงยังมีนักแสดงที่ร่วมแสดงในละครเวทีเรื่องนี้อีกคับคั่งเข้าร่วมพิธีบวงสรวงอย่างคับคั่ง
ภายหลังจากการทำพิธีบวงสรวงกลางแจ้งเสร็จสิ้นเรียบร้อย ก็ถึงเวลาแถลงข่าวเกี่ยวกับการจัดละครเวทีเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ ต้องบอกเลยว่าละครเวทีเรื่องนี้เป็นที่จับตามองของบรรดาสื่อมวลชนและคนดูทั่วไปอย่างมาก เพราะเป็นการรวมผู้ที่มีความสามารถชั้นครูมาร่วมกันสร้างสรรค์ละครเวทีเรื่องนี้อย่างพร้อมเพรียง
เริ่มต้นด้วย นาย ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสินและประธานการจัดสร้างละครเวที เรื่อง "ธีรราชา เดอะมิวสิเคิล" ขึ้นกล่าวบนเวทีถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ในการจัดว่า "เมื่อวันที่ 1 เมษายน พุทธศักราช 2456 พระบาสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้ "พระราชบัญญัติคลังออมสิน พุทธศักราช 2456" ทั้งยังพระราชทานเงิน 1 แสนบาทเพื่อเป็นทุนประเดิม โดยทรงมุ่งหมายให้คลังออมสินเป็นรากฐานในการฝึกให้ราษฎรได้รู้จักการออม เพื่อให้มีทรัพย์ใช้สอยในยามจำเป็นและได้รับดอกผลตามสมควร จากนั้นมาคลังออมสินพัฒนาและเติบโตอย่างแข็งแกร่งเป็นธนาคารออมสิน สถาบันการเงินของรัฐที่มั่นคงและอยู่คู่คนไทยยาวนาน นับถึงปัจจุบัน 103 ปี พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงให้กำเนิดธนาคารนั้น คือสิ่งที่คนไทยทุกคนต่างตระหนักสำนึก และภูมิใจที่ได้สนองพระราชปณิธานของพระองค์
ในวาระคล้ายวันสถาปนาธนาคารออมสินครบ 103 ปีในปีนี้ ธนาคารออมสินจึงได้จัดกิจกรรมพิเศษ เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์พระผู้สถาปนาธนาคารโดยอัญเชิญพระราชสมัญญานาม "สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า" ซึ่งมีความหมายว่า "มหาราชผู้ทรงเป็นจอมปราชญ์" มาเป็นมงคลนามในการจัดสร้างละครเพลง "ธีรราชา เดอะ มิวสิเคิล" โดยน้อมนำพระวิสัยทัศน์ในการปกครอง และพระอัจฉริยภาพด้านศิลปวัฒนธรรม ซึ่งทรงได้รับการถวายพระเกียรติว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ได้นำศิลปะมาพัฒนาประเทศ มาเป็นแรงบันดาลใจในการจัดทำบทละคร"
หลังจากจบการกล่าวของผู้อำนวยการธนาคารออมสินแล้ว ได้มีการจัดแสดงตัวอย่างละครเวที เรื่อง "ธีรราชา เดอะ มิวสิเคิล" บางส่วน รวมถึงเพลงที่ใช้ในละครจำนวน 4 เพลงเพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อย ก่อนที่จะได้ไปชม ไปฟัง ไปสัมผัสความไพเราะกันแบบเต็มๆ ในวันแสดงจริง
หลังจากที่ได้ชมตัวอย่างสั้นๆ นี้จบแล้ว รู้สึกได้ถึงความทุ่มเทของทีมงานสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก ทั้งเนื้อหาที่นำมาเสนอ เพลงที่ใช้ร้องประกอบในฉากต่างๆ รวมถึงเสื้อผ้าหน้าผมที่ถูกบรรจงออกแบบมาเป็นอย่างดี ท่วงท่า ความรู้สึกดูกลมกล่อมแบบหาที่ติไม่ได้จริงๆ โดยละครเวทีเรื่องนี้จะนำผู้ชมย้อนกลับไปสัมผัสบรรยากาศในรัชสมัยรัชกาลที่ 6 ได้เห็นความเป็นไปของบ้านเมืองในเวลานั้นผ่านตัวละครต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพและพระวิสัยทัศน์ที่ทันสมัย และเท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกในเวลานั้น ผ่านพระราชดำรัส บทพระราชนิพนธ์ต่างๆ ทั้งบทละคร บทความในหนังสือพิมพ์ หรือแม้แต่นาฏกรรม จนในรัชสมัยของพระองค์ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นยุค "ละครสร้างชาติ"
"ธีรราชา เดอะ มิวสิเคิล" นอกจากจะมีเนื้อหาที่เข้มข้นแล้วยังอัดแน่นไปด้วยทีมนักแสดงที่เป็นชั้นแนวหน้าด้านละครเพลงของเมืองไทย อาทิ หนูนา หนึ่งธิดา, อาร์ม กรกันต์, รอน ภัทรภณ, จิ๊บ วุส, ปาน ธนพร, แอ๊ด ไชยวัฒน์ พร้อมด้วยนักแสดงมืออาชีพท่านอื่นและนักแสดงสมทบมากความสามารถอีกมากมาย
และที่พิเศษไปมากกว่านั้น คือทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังความสวยงาม เนื้อเรื่องที่ถึงใจ เพลงประกอบละครเพราะๆ รวมไปถึงเสื้อผ้าหน้าผมและการออกแบบต่างๆ บนเวทีที่เรียกได้ว่าเป็นการรวมตัวคนที่มีคุณภาพ เป็นมืออาชีพเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พลเรือตรี วีระพันธ์ วอกลาง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง เป็นผู้อำนวยเพลงและวาทยากร, อาจารย์ โกมล พานิชพันธ์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอลองจังหวัดแพร่และเจ้าของพิพิธภัณฑ์โกมลผ้าโบราณ เป็นผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย, มนตรี วัดละเอียด เมคอัพอาร์ติสชั้นครูที่ได้รับรางวัลจากหลายสถาบัน เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการแต่งหน้า ทำผม, รศ. จารุณี หงส์จารุ เป็นผู้กำกับและประพันธ์เพลง, ปริญญา ต้องโพนทอง ออกแบบและกำกับลีลา, ปริดา มโนมัยพิบูลย์ ผู้เขียนบทละคร, พันพัสสา ธูปเทียน เป็นผู้กำกับการแสดง และ ธิษณา เดือนดาว เป็นผู้อำนวยการแสดง
สำหรับใครที่อยากไปชมละครเวที เรื่อง "ธีรราชา เดอะ มิวสิเคิล" สามารถติดตามรายละเอียดและขอบัตรเข้าชมได้ฟรีทางเว็บไซต์ http://www.gsb.or.th หรือ Facebook : GSB Society หรือทาง Application ของธนาคารออมสิน เปิดแสดง 5 วัน 5 รอบ ตั้งแต่วันที่ 18 - 22 พฤษภาคม 2559 ณ เมืองไทย รัชดาลัย เธียเตอร์ ห้างสรรพสินค้าเอสพลานาด รัชดาภิเษก ละครเวทีอันทรงคุณค่าแบบนี้พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง
วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2559
แนะนำหนังน่าดูประจำสัปดาห์ที่ 1 : เมษายน 59
เรื่อง : หลวงพี่แจ๊ส 4G
วันที่เข้าฉาย : 6 เมษายน 2559
เรื่องย่อ : แจ๊ส ชวนชื่น ขอนำทีมสร้างความฮาประกบคู่ นิก คุณาธิป ปิ่นประดับ (วัยเป้งนักเลงขาสั้น, เลิฟเฮี้ยวเฟี้ยวต็อด) เข้าสู่โลกของธรรมมะ เรียนรู้ธรรมกับแบบฮาๆภายใต้ผ้าเหลืองตามแบบฉบับของพจน์ อานนท์ใน หลวงพี่แจ๊ส 4G ภาพยนตร์คอเมดี้ที่จะทำให้คนทุกวัยหัวเราะอารมณ์ดี พร้อมรับข้อคิดไปปรับใช้แน่นอน
Comment : เป็นหนังไทแนวคอมเมดี้ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะถูกใจใครหลายๆ คน
เรื่อง : The Huntsman: Winter’s War - พรานป่าและราชินีน้ำแข็ง
วันที่เข้าฉาย : 6 เมษายน 2559
เรื่องย่อ : ก่อนที่ราชินีราเวนา จะแตกดับไปด้วยคมดาบของสโนว์ไวท์ เธอมีน้องสาวที่มีพลังน้ำแข็งชื่อว่า เฟรยา ผู้ที่หัวใจสลายเพราะถูกหักหลังเรื่องความรัก แล้วหนีออกจากอาณาจักรมาสร้างวังอยู่เงียบๆ พร้อมกับสร้างกองทัพนายพรานมรณะ ที่มีเอริก กับ ซาร่า เป็นหนึ่งในกองทหาร แต่ทั้งสองก็ทำสิ่งที่ขัดต่อประสงค์ของเธอ นั่นก็คือไม่ยอมมีจิตใจที่เย็นชาต่อความรัก เมื่อเฟรยารู้ว่าพี่สาวดับสูญ เธอก็สั่งให้ทหารไปนำกระจกวิเศษกลับมาเพราะเหลือเพียงเธอที่ควบคุมพลังของมันได้ แต่เมื่อเธอรู้ว่าสามารถชุบชีวิตพี่สาวคืนกลับมาได้ด้วยสีทองของกระจก เธอก็คุกคามดินแดนวิเศษนั้นด้วยกองทัพทมิฬที่ร้ายกว่ายิ่งกว่าที่ใครเคยพบ ความหวังเดียวที่จะเอาชนะเธออยู่ที่นายพรานที่เคยถูกเธอเนรเทศ ซึ่งต้องต่อสู้เพื่อไปหากันให้ได้
Comment : เป็นหนังภาคต่อจาก Snow White and the Huntsman ซึ่งน่าดูมากๆ อีกเรื่องนึงของอาทิตย์นี้เลย
วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2559
"พุฒ พุฒิชัย" เปิดตัว Photo Book เล่มแรกในชีวิต "PUSH UP"
ความพิเศษในงานเปิดตัวครั้งนี้ก็เห็นจะเป็นการได้มาทำหน้าที่เป็นพิธีกรบนเวทีของหนุ่ม "เป้ วิศวะ กิจตันขจร" ดีเจคู่หูคู่ไมค์ของหนุ่มพุฒที่คลื่น Chill FM 89 ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ที่หนุ่มพุฒเองก็ยังไม่ทราบมาก่อน โดยที่กิจกรรมบนเวทีนั้นมีการพูดคุยถึงเรื่องราวต่างๆ รวมถึงมีการเล่นเกมกับแฟนคลับเพื่อชิงรางวัลสุดพิเศษจากหนุ่มพุฒอีกด้วย ดูสาวๆ ที่อยู่ด้านล่างจะชอบอกชอบใจ ยิ้มกว้างหัวเราะฉีกกันเป็นแถวเป็นแนวเลยนี่กะไร
สำหรับ Photo Book "PUSH UP" เล่มนี้ ความพิเศษแบบหาดูที่ไหนไม่ได้จะเริ่มต้นตั้งแต่เปิดหนังสือหน้าแรก เพราะทีมงานและตัวพุฒเองได้บินลัดฟ้าไปถ่ายทำภาพสวยๆ กันไกลถึงประเทศญี่ปุ่น คุณจะได้เห็นช็อตน่ารักๆ รวมถึงบรรยากาศตามมุมเมืองต่างๆ ทั้งกลางวัน และกลางคืนในรูปแบบชีวิต Night Life กันแบบจุใจ งานนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับทีมงานนิตยสารสุดสัปดาห์ที่มุ่งมั่นสร้างงานดีๆ ออกมาให้เราได้ดูกัน พุฒเล่าให้ฟังว่าการทำงานในหนังสือ Photo Book เล่มนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ การเดินทางไม่ได้สะดวกสบาย เพราะการที่จะไปยังสถานที่ที่ใช้ถ่ายต้องอาศัยรถไฟ ไม่มีรถส่วนตัว หิ้วกล้อง แบกกระเป๋าและอุปกรณ์หนักๆ ติดตัวไปด้วยตลอด หรือแม้กระทั่งต้องเปลี่ยนชุดสำหรับถ่ายในเซตอื่นๆ กลางแจ้งท่ามกลางบรรยากาศหนาวเย็น หนุ่มคนนี้ก็ทำมาแล้ว
และอีกหนึ่งความพิเศษที่หาอ่านจากที่ไหนไม่ได้ก็เห็นจะเป็นบทสัมภาษณ์ความเป็นตัวตนของหนุ่มพุฒตั้งแต่วัยเด็ก เรื่อยมาจนถึงการก้าวเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง ชีวิตจากการเป็นลูกชาวสวนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ครอบครัวค่อนข้างลำบาก เลิกเรียนมาก็ต้องช่วยทำงานที่บ้าน เพราะพ่อกับแม่มีลูกกันมากถึง 6 คน ซึ่งวัยใกล้เคียงกัน เข้าเรียนพร้อมๆ กัน เวลาจะจ่ายค่าเทอม พ่อกับแม่ก็ต้องจ่ายพร้อมกันเป็นก้อนใหญ่ มีรายจ่ายเยอะ บางครั้งก็ต้องไปหยิบยืมเพื่อมาใช้จ่ายก่อน พอเข้าช่วงมัธยมหนุ่มพุฒก็เริ่มหาเงินใช้เองโดยการออกไปช่วยงานบ้านใกล้เรือนเคียง และช่วงชีวิตต่อจากนั้น เขาก็ต้องต่อสู้เพื่อความฝันของตัวเอง จากชีวิตเด็กต่างจังหวัดเขาเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาตามหาอนาคต เรื่องราวๆ ต่างๆ อีกมามายกำลังสนุก เห็นได้ว่ากว่าจะมาเป็น "พุฒ พุฒิชัย" ในตอนนี้ได้ ต้องผ่านอะไรมาเยอะมาก ทั้งการทลายกำแพงความกลัว และการได้ลองทำในสิ่งใหม่ๆ ที่ตัวเองไม่คุ้นเคย
อื้อหือ ! บอกได้ว่าเจ๊ก็อิจเหมือนกันนะทีเนี้ย กิจกรรมบนเวทีนอกจากจะสนุกแล้ว แฟนคลับเฮียทุกคนที่ร่วมตอบคำถามและเป็นผู้โชคดีก็ยังจะได้รับโปสการ์ดสุดพิเศษ พร้อมลายเซ็นจากเฮียพุฒด้วยนะ รับกับมือเลยจ้ะ
เสร็จสิ้นกิจกรรมบนเวทีเป็นที่เรียบร้อย ขอถ่ายภาพรวมคู่กับหนังสือ "PUSH UP" เอาไว้เป็นที่ระลึกกันสักหน่อย .. เก๋ๆ กันไปนะค๊าา
อะอะส่งท้าย เจ๊เปิดโอกาสให้หนุ่มพุฒได้ฝาก Photo Book เล่มนี้กันสักหน่อยนะ
"ผมอยากฝากโฟโตบุ๊กเล่มแรกในชีวิตของผม อยากให้เรื่องราวบางเรื่องที่เล่าเป็นแรงบันดาลแก่คนที่เคยผ่านชีวิตที่ลำบากมาก่อนแบบผม หรือาจจะแยกกว่า ได้รู้สึกว่าบางสิ่งกว่าได้มาต้องใช้เวลา คนที่มีฝันและกำลังพยายามทำให้เป็นจริงตั้งใจทำต่อไปเถอะครับ สักวันหนึ่งสิ่งที่ทำต้องเป็นผล สำหรับแฟชั่นเซตนี้เราไปถ่ายทำที่ประเทศญี่ปุ่นในหลายโลเคชั่นที่สวยงาม เริ่มตั้งแต่ลงจากเครื่องบิน ก่อนเช็คอินเข้าที่พักเสียอีก เป็นครั้งแรกที่ผมได้เปลี่ยนเสื้อผ้าริมถนนท่ามกลางอากาศหนาว แต่ก็สนุกดี มีช็อตพิเศษที่น้อยคนจะได้เห็นโดยเฉพาะตอนตื่นนอนและแช่ออนเซน ฝากด้วยครับ"
ปิดท้ายเบรคกันด้วยภาพสวยๆ จาก Photo Book เล่มนี้อีก 1 - 2 รูปกันนะคะ ...
ขอบคุณภาพประกอบ Facebook Steps
วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2559
"ทอย ปฐมพงศ์" .. ว่าที่สามีแห่งชาติคนต่อไป ..
มาแล้วจร้า !! มาแล้ว !! วันนี้ เจ๊เอาผู้ชงดีดีมาเสิร์ฟผู้อ่านให้ถึงที่ ใครจำเด็กหนุ่มคนนี้ได้บ้างไหม ? สำหรับหนุ่ม "ทอย ปฐมพงศ์" นางเป็นเด็กที่มีรอยยิ้มกระชากวิญญาณ มีคำพูดที่ยียวนกวนประสาทตลอดเวลา วันนี้หนุ่มทอยที่เป็นคนยียวนคนนี้กำลังจะได้ขึ้นเป็นสามีแห่งชาติคนต่อไปแล้วนะ ก็จากผลงานการแสดงล่าสุด กับซีรี่ส์ Club Friday To Be Continued ตอน เพื่อนรัก เพื่อนร้าย โดยรับบทเป็น "แตงโม" ให้เจ๊พูดนะ บอกเลยว่าดีมาก !! ..
เอาล่ะ วันนี้เจ๊จะมาเล่าประวัติผู้ชงคนนี้ให้ทุกคนได้รู้จักเขากันมากขึ้น เผื่อใครอยากจะได้เป็นสามี "ทอย" เริ่มเข้าวงการด้วยการเข้าร่วมรายการเกรียน Possible ซึ่งเป็นรายการทำให้ทอยมีแฟนคลับและเป็นที่รู้จัก "ทอย ปฐมพงศ์" เกิดวันที่ 27 กรกฎาคม 2538 เป็นหนุ่มหล่อสายฮา วัย 21 ปี จากโปรเจคต์ปั้นนักแสดงหน้าใหม่ของทางแกรมมี่อย่าง เกรียน Possible ก่อนจะได้มาเป็น 1 ในนักแสดงวัยรุ่นเรื่อง GPA สถาบันพันธุ์แสบ ที่ออกอากาศทางช่อง GMM 25 และขณะนี้ หนุ่มทอย ก็กำลังศึกษาอยู่ระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยรังสิต แถมยังมีดีกรีเป็นถึงเดือนคณะนิเทศศาสตร์อีกด้วย เลิศไหมล่ะสาวๆ เก้ง กวาง และชะนีทั้งหลาย เจ๊ยังไม่หยุดสร้างความคันแแค่นี้แน่นอน เจ๊ได้รวบรวมรูปสุดฟินของหนุ่มทอยมาให้ (ดูอย่างเดียวนะ ! ห้ามแอบทำอะไรทั้งนั้นนะคะ
วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2559
งานเปิดตัวหนังสือ 'Snap ส่วนประกอบของความคิดถึง'
ก็จบลงไปแล้วสำหรับ "งานเปิดตัวหนังสือ Snap ส่วนประกอบของความคิดถึง" จากสำนักพิมพ์ GEEK BOOK ซึ่งงานนี้จัดขึ้นที่ร้านหนังสือ Kinokuya Siam Paragon ในวันที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา ภายในงานมีการพบปะพูดคุยกับ คงเดช จาตุรันต์รัศมี ผู้กำกับและผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ พร้อมทั้งพา โทนี่ รากแก่น และ อิ้งค์ วรัญธร เปานิล สองนักแสดงนำจากภาพยนตร์ "Snap แค่ได้คิดถึง" ซึ่งมาร่วมเขียนเรื่องราวเล็กๆ ในหนังสือเล่มนี้ด้วย สำหรับใครที่พลาดไม่ได้มางานนี้ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะเราได้เก็บภาพบรรยากาศและบทสัมภาษณ์สุด Exclusive มาให้อ่านกันแล้ว
แต่ก่อนที่เราจะไปอ่านบทสัมภาษณ์ เรามารู้จักสำนักพิมพ์ GEEK BOOK กันก่อน GEEK BOOK (กิ๊ก บุ๊ค) สำนักพิมพ์น้องใหม่ในวงการน้ำหมึก และในเครือโมโนพับลิชชิ่ง ที่เน้นการสรรหาเรื่องราวสาระดีๆ ที่แตกต่างสุดขั้ว ทั้งจากแวดวงภาพยนตร์ ดนตรี ศิลปะ หรือแม้แต่ไลพ์สไตล์ต่างๆ นำมาปรุงแต่งเนื้อหาที่สะท้อนตัวตนแบบสนุกสนานและสุดแสบ เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และไม่หยุดนิ่ง ซึ่งหนังสือเล่มล่าสุดที่พึ่งปล่อยมาก็คือ "Snap ส่วนประกอบของความคิดถึง" หนังสือที่ถ่ายทอดเรื่องราว ภาคขยายของความทรงจำที่ไม่ได้บอกเล่าในภาพยนตร์ "Snap แค่ได้คิดถึง" และตอนนี้เราก็ได้รู้จักสำนักพิมพ์ GEEK BOOK กันไปพอสมควรแล้ว ต่อไปเรามาอ่านบทสัมภาษณ์สุด Exclusive กันครับ
Q : ใช้เวลาในการเขียนหนังสือเล่มนี้นานไหมครับ
พี่คงเดช : ใช้เวลาประมาณเดือนนึงครับ แต่จริงๆ เราคิดว่าเราเขียนมานานแล้ว ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมาของการทำหนัง มันก็เลยไวกว่าปกติตอนที่เอามาเขียนเป็นหนังสือ
Q : สำหรับพี่คงเดช “ความทรงจำ ไม่ใช่ความจริง” หมายถึงอะไร
พี่คงเดช : เราเชื่อว่าความทรงจำถูกบันทึกไว้นะครับ เพียงแต่เวลาเรานึกถึงมันในแต่ละรอบเนี่ย มันไม่เหมือนกันนะ นั่นหมายความว่า สมองได้ทำงานอะไรบางอย่าง มันมีการปรุงแต่งแน่ๆ เลย ยิ่งเวลาที่เราต้องเอาไปเล่าให้เพื่อนฟังเนี่ย ไอ้กระบวนการเล่านี่แหละ ที่มันจะทำให้มีการปรุงแต่งเกินจริงโดยอัตโนมัติ
Q : ได้ไอเดียในการสร้างตัวละครมาจากไหนครับ
พี่คงเดช : ได้มาจากคนรอบๆ ตัวครับ มีหลายๆ คนที่อยู่รอบๆ ตัวเราผสมอยู่ในนั้น รวมทั้งตัวเราด้วย
Q : ทำหนังที่เกี่ยวกับ “ความทรงจำ” มีอะไรบ้างที่พี่เคยเจอมาจริงๆ
พี่คงเดช : มีหลายอย่างเลยครับ แต่ถ้าจะให้ยกตัวอย่างก็เช่นตัวละคร นพ ก็คือเรานั่นเอง (หัวเราะ)
Q : ในมุมมองของพี่ “ความคิดที่แตกต่างตามช่วงอายุ” พี่มองว่าต่างกันยังไงครับ
พี่คงเดช : เราเชื่อว่าในแต่ละช่วงอายุ ชีวิตจะมีความสนใจและหมกมุ่นที่แตกต่างกัน อย่างวัยนึงความรักอาจจะเป็นเรื่องที่สำคญที่สุดของชีวิต พอเราโตขึ้นมา มันก็จะมีเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญกับเรามากกว่าความรัก
Q : ได้ยินมาว่าพี่เป็นคนที่ชอบตั้งคำถามกับทุกสิ่งในชีวิต สำหรับหนังเรื่องนี้ พี่ได้คำถามอะไรครับ ถึงได้เอามาทำ
พี่คงเดช : อย่างที่บอกไปนะครับ เวลาเราที่มองอดีตเนี่ยเราจะคิดถึงมัน เพียงแต่อดีตที่เราบันทึกไว้ มันเป็นอดีตที่ถูกสมองเราปรุงแต่งไว้ครับ เลยเอาไอเดียจากตรงนี้มาทำหนัง
Q : ให้พี่คงเดชช่วยฝากหนังสือเล่มนี้หน่อยครับ ว่าทำไมถึงควรอ่าน
พี่คงเดช : ถ้าใครที่ชอบหนัง เราก็เชื่อว่าน่าจะชอบหนังสือเล่มนี้ไม่ยาก น่าจะทำให้รู้รายละเอียดของหนังมากขึ้นไปอีก สำหรับคนที่ไม่ได้ดู เราคิดว่าคนที่มีความทรงจำหรือเรื่องอะไรในอดีต น่าจะเข้าใจได้ไม่ยาก เพราะหนังสือมันพูดถึงเรื่องรอบตัวอ่ะครับ ยังไงก็ขอฝากหนังสือ Snap ส่วนประกอบของความคิดถึง ด้วยนะครับ
Q : การที่ได้มาเขียนหนังสือเล่มนี้ ยากแค่ไหนครับ
อิ้งค์ : ก็ยากค่ะ เพราะจริงๆ เป็นคนที่พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องอยู่แล้ว (หัวเราะ) แล้วพอต้องมานั่งเขียนอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้ มันก็ต้องใช้เวลาอยู่กับความคิดของเรานิดนึงว่า เราอยากจะเขียนอะไร แล้วก็เรียบเรียงเป็นขั้นเป็นตอนค่ะ
Q : ตัวละครที่เราเล่น มีอะไรที่เหมือนกับเราบ้าง
อิ้งค์ : ตัวละคร ผึ้ง เป็นผู้หญิงธรรมดามากๆ ค่ะ เป็นผู้หญิงคนนึงที่ชอบเล่นโชเซียลธรรมดาเลย ซึ่ง อิ้งค์ ก็มีมุมนั้นเหมือนกันค่ะ
Q : ผูกพันธ์กับตัวละคร ผึ้ง มากแค่ไหนครับ
อิ้งค์ : ผูกพันธ์มากค่ะ เหมือนตอนที่เราถ่ายทำไปแล้วเรารู้สึกว่า “ทำไมผึ้งต้องเป็นแบบนี้ แล้วทำไมบอยถึงเป็นแบบนี้” แล้วแบบต้องเดินไปหา พี่คงเดช เลยอ่ะค่ะ ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมต้องทำแบบนี้ คือ เหมือนเรารู้สึกมากๆ เลยอ่ะค่ะ
Q : การทำงานกับ พี่คงเดช ยากไหมครับ
อิ้งค์ : ไม่ยากเลยค่ะ (หัวเราะ) คือ พี่คงเดชเป็นคนใจเย็น มีอะไรก็จะสอน จะไม่กดดันหรือไม่ว่าอ่ะค่ะ พี่คงเดชจะบอกว่า ให้ลองดูนะ ลองเปลี่ยนดู แต่โดยหลังพี่คงเดชจะให้อิงค์เล่นเป็นธรรมชาติของอิ้งค์น่ะค่ะ
Q : ชอบอะไรที่สุดในหนังเรื่องนี้
อิ้งค์ : ชอบบรรยากาศในกองค่ะ ชอบทุกอย่าง ชอบทุกคนที่มาทำงานในกองค่ะ มันเหมือนไปเข้าค่ายอ่ะค่ะ ที่ทุกคนก็จะนอนด้วยกัน กินด้วยกัน ทีมงานนักแสดงทุกคนใจดีมาก เป็นกันเองสุดๆ ค่ะ
Q : ให้ฝากผลงานหน่อยครับ
อิ้งค์ : ตอนนี้อิ้งค์มีผลงานด้านเพลงค่ะ เพลง “เหงา เหงา (Insomnia)” เป็น Single แรกของอิงค์เลยค่ะ เป็นเพลงที่ตั้งใจทำมากๆ แถมได้มีคงเดชไปกำกับ MV ให้ด้วยค่ะ แล้วก็ขอฝากหนังสือ Snap ส่วนประกอบของความคิดถึง ด้วยค่ะ เชื่อว่าหลายๆ คนที่ดูหนังเรื่องนี้ แล้วได้อ่านหนังสือเล่มนี้จะชอบค่ะ
และนี่ก็คือบทสัมภาษณ์สุด Exclusive ที่เราไปถามมาให้อ่านกันนะครับ สำหรับใครที่สนใจหนังสือ "Snap ส่วนประกอบของความคิดถึง" ในราคา 345 บาท จาก สำนักพิมพ์ GEEK BOOK ก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศเลยนะครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






























































